วันที่ 14 มีนาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันปฏิบัติการเพื่อแม่น้ำสากล หรือ วันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Actions for Rivers : Against Dams) โดยในปีนี้ทั่วโลกใช้ #OurRiversOurFuture ในช่วงวันหยุดเขื่อนโลกนี้ เพื่อเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์แห่งกิจกรรมนี้ International Rivers ร่วมกับ SEA Junction และองค์กรภาคีเครือข่ายจึงร่วมจัดงานเสวนาถึงผลกระทบของการสร้างเขื่อนและความสำคัญของการตระหนักรู้ถึงผลกระทบของเขื่อนในปัจจุบัน รวมไปถึงการร่วมกันหาทางออกให้กับการผลิตพลังงานในอนาคต โดยงานเสวนานี้ได้จัดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.00 น. ที่ SEA Junction ห้อง 407 – 8 ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพ และมีการถ่ายทอดสดบนเพจ JustPow และ SEA Junction

แม้ประเด็นเรื่องการสร้างเขื่อนจะถูกพูดถึงมานานทั้งในแง่ความคุ้มทุนในกรณีของเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า หรือในแง่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะบนแม่น้ำโขงสายประธานที่มีเขื่อนทั้งจากประเทศจีนและลาวรวมกันกว่า 10 แห่ง และมีแนวโน้มที่จะสร้างเพิ่มภายใต้ MOU การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างไทย-ลาว และร่างแผนPDP2024 ทั้งเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากลายที่เซ็นสัญญาไปแล้วและกำลังก่อสร้าง เขื่อนปากแบงและเขื่อนเซกอง 4A4B ที่เซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ก่อสร้าง และเขื่อนที่มีแนวโน้มจะเซ็นสัญญาและก่อสร้างเพิ่มอีกในอนาคตอย่างเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย โดยเฉพาะเขื่อนสานะคามซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการเปิดเวทีให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น 

ในขณะเดียวกันการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟกลับมาให้ประเทศไทย ก็ถูกตั้งคำถามมากขึ้น ทั้งในประเด็นเรื่องความคุ้มทุน โดยเฉพาะราคารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนในลาวระยะหลังสูงขึ้นมาก เช่น เขื่อนหลวงพระบาง 2.84 บาทต่อหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับเขื่อนระยะแรกที่อยู่ระหว่าง 1.70 บาทต่อหน่วย (น้ำเทิน 2) ถึง 2.10 บาทต่อหน่วย (น้ำงึม และเซเสด) หรือเมื่อเปรียบเทียบกับราคาซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี) ในประเทศ ที่มีราคาเพียง 2.83 บาทต่อหน่วย ราคาซื้อไฟจากเขื่อนในลาวระยะหลังมีราคาใกล้เคียงและอาจจะแพงกว่าอีกด้วย

อีกทั้งกบง. มีมติไม่ต่อสัญญาเขื่อนห้วยเฮาะ ซึ่งราคาซื้อไฟเพียง 2.14 ต่อหน่วย และน้ำเทิน 2 ซึ่งราคาซื้อไฟเพียง 1.7 บาทต่อหน่วย แต่กลับต้องสร้างเขื่อนใหม่และราคาซื้อไฟแพงกว่าเดิม นอกจากนั้นหากต่อสัญญาเขื่อนเดิมก็จะได้กำลังการผลิตกว่า 1,074 เมะกวัตต์ ซึ่งมากกว่าเขื่อนใหม่ที่จะสร้างขึ้นเสียอีก 

ไม่เพียงแค่นั้น การที่ในร่างแผน PDP2024 กำหนดการสัดส่วนการใช้พลังงานในประเทศจากเขื่อนต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 15% โดยอาจจะมีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก 3 เขื่อน 3,500 เมกะวัตต์เพื่อให้สัดส่วนของพลังงานสะอาดเกิน 50% ในปี 2580 นั้น นอกจากจะถูกตั้งคำถามเรื่องความมั่นคงทางพลังงานตามหลักการในการจัดทำแผน PDP2024 แล้ว ที่ทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานจากการนำเข้ามากขึ้น ประเด็นเรื่องพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนที่ถูกจัดว่าเป็น  “พลังงานสีเขียว”(Green Energy) ‘พลังงานสะอาด’(Clean Energy)  ยังถูกตั้งคำถามอย่างมากอีกด้วย 

เพราะเขื่อนขนาดใหญ่มีการปล่อยก๊าซมีเทนจากอ่างเก็บน้ำทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า และการปล่อยก๊าซมีเทนจากเขื่อนผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 5.2% ของการปล่อยก๊าซมีเทนโดยมนุษย์ ไม่เพียงแค่นั้นการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่อีกด้วย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพโยกย้าย ไร้ที่ทำกิน ส่งผลต่อระบบนิเวศในแม่น้ำ จำนวนพันธุ์ปลาในสัตว์ในพื้นที่ต่างๆ 

และที่สำคัญคือปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในปีที่ผ่านมา ที่อาจเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายประธานในลาว ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำจากเขื่อนจีน ระดับน้ำที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วจนกัดเซาะริมตลิ่งไทยทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง หรือระดับน้ำโขงที่สูงกว่าแม่น้ำสาขาในประเทศไทยจะระบายน้ำออกไปได้ จนทำให้เกิดภาวะน้ำเท้อและเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำในประเทศหนักกว่าที่ผ่านมา   

เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่เหล่านี้ยังส่งผลกระทบข้ามพรมแดนต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน้ำโขงทั้งในลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งมีประชาชนกว่า 65 ล้านคนพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ 

ดังนั้น JustPow องค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการสื่อสารประเด็นเรื่องพลังงานในประเทศไทย ร่วมกับ องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และ โครงการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย (JET in Thailand) จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมเวทีเสวนาเนื่องด้วยวันหยุดเขื่อนโลก “เขื่อนที่จะสร้างใหม่ทางโน้น หนาวถึงบิลค่าไฟทางนี้ : วันหยุดเขื่อนโลก แต่เรากำลังจะมีเขื่อนเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 เขื่อน” ในวันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่จะเป็นกิจกรรมแรกในชุดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ เพื่อพูดคุยถึงความเคลื่อนไหวในประเด็นเรื่องการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในแม่น้ำโขงภายใต้ MOU ไทย-ลาว และร่างแผน PDP2024 ปัญหาและทางออกในเรื่องพลังงานและการสร้างเขื่อนของไทย

นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์นี้ JustPow และองค์กรพันธมิตรยังได้ร่วมกันจัด ‘สัปดาห์วันหยุดเขื่อนโลก’ ซึ่งนอกจากเวทีเสวนาครั้งนี้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘สัปดาห์วันหยุดเขื่อนโลก’ แล้ว ยังจะมีการจัดงานในพื้นที่อื่นๆ อีกทั่วประเทศตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นเวทีสาธารณะที่จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 13 มีนาคม กิจกรรมที่เขื่อนปากมูล จ. อุบลราชธานี ในวันที่ 14 มีนาคม รวมไปถึงในพื้นที่อย่างที่ อ.เชียงของ อ. เชียงคาน จ.เชียงราย อ. ปากชม จ. เลย ฯลฯ โดยสามารถติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วง ‘สัปดาห์วันหยุดเขื่อนโลก’  ได้ที่เพจ JustPow

Photo Credit (เครดิตช่างภาพ): Jiranan Hanthamrongwit, Rocket Media Lab